เรื่องสั้นราคาถูก

posted on 19 Sep 2009 18:02 by thepopup in Myself

ผมชอบอ่านเรื่องสั้นครับ...

อืม... ถ้าผมเขียนลงในทวิตเตอร์ก็คงสั้นๆ ง่ายๆ จบกันแค่นี้ แต่นี้มันบล๊อค ผมเองคงต้องแถขยายความเพิ่มน่ะสินะ อืม อ่ะ...ต่อ (ทนอ่านกันให้จบนะครับ ผู้หลงเข้ามาทุกท่าน ถือว่าท่านมีเวรกรรมชะตากรรมที่ต้องมาเปิดเว็บบล๊อคของไอ้คนนี้) ถามว่าทำไมไม่อ่านนิยายล่ะ?

เพราะนิยายมันยาวเกินไปครับ...

ถ้าผมเขียนลงในทวิตเตอร์ก็คงสั้นๆ ง่ายๆ จบกันแค่นี้ แต่นี้มันบล๊อค ผมเองคงต้องแถขยายความเพิ่มน่ะสินะ อืม แล้วเรื่องสั้นชอบอ่านที่ไหนล่ะ?

ผมชอบอ่านเรื่องสั้นในหนังสือการ์ตูนครับ...

ถ้าผมเขียนลงในทวิตเตอร์ก็คงสั้นๆ ง่ายๆ จบกันแค่นี้ แต่นี้มันบล๊อค ผมเองคงต้องแถขยายความเพิ่มน่ะสินะ อืม... ว่าแต่เอ็งจะโฆษณาทวิตเตอร์ทำหาหอกอะไร ค่าโฆษณาก็ไม่ได้ แถมคนจะพาลปิดหน้าเว็บบล็อคหนีความทุเรศในการ Copy-Paste ของเอ็งอีก

ก่อนที่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากๆ ในชีวิตของผมเองนั้น ผมเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือครับ โดยเฉพาะหนังสือการ์ตูนกับบทสรุปเกมเนี่ย อ่านแบบซ้ำไปซ้ำมาแทบจะท่องจำ ซึ่งมันก็ไม่ได้ไปออกสอบในข้อสอบโรงเรียนเสียหน่อย สำหรับเรื่องบทสรุปเกมผมไม่ขอพูดถึงนะ ถ้าใครที่ติดตามดูผลงานผมจนรู้ไส้รู้พุงหมดแล้วว่าไอ้เจ้าของบล็อกชอบเล่นเกมอะไรนี่คงจะทราบกันดี ส่วนหนังสือการ์ตูนนี่แต่ก่อนผมอ่านแต่การ์ตูนช่อง พวกมุขตลกแบบตัวหนังสือก็ไม่ค่อยได้อ่านหรอก ยอมรับเลยครับว่าแต่ก่อนมุขตลกถือว่าฮามาก อ่านทีไรฮาน้ำตาเล็ด เดี๋ยวนี้ชักจะเล่นมุขซ้ำไปซ้ำมา ที่พอจะขำได้บ้างก็มีแต่มุขการเมีย...เย้ย!! การเมืองนี่ล่ะครับ (สถิตอยู่ไร้สาระนุกรมนานไปหน่อย ขออภัย) ซึ่งทำให้ผมเบื่อ จนเลิกอ่าน และหันมาตกเป็นทาสของ วิบูลย์กิจ สยามอินเตอร์คอมิค หรือ เนชั่น เอดูเทเม้นต์ ไป...

จนล่าสุด เนื่องด้วยอาชีพของพระมารดา ทำให้ผมต้องมาหาหนังสือพวกนี้อีกครั้ง เพราะพระมารดาผมหันมาทำธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (โดยมีท่านเป็นเจ้าของร้าน) เล็กๆ ในแมนชั่น ประกอบกับมีตัวแทนจำหน่ายหนังสือเก่ามาขอให้ตั้งแผงหนังสือในร้านด้วย ผมเองซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน (โดยดำรงตำแหน่งเป็น พนักงานคิดเงิน แถมนี้มันร้านพระมารดาของผมเองด้วย ถ้าไม่ให้ผมทำ จะให้ใครทำล่ะ) ทำให้ต้องดำเนินการค้าขายในร้านอยู่เสมอ บางครั้งที่ไม่มีลูกค้าก็หยิบหนังสือพวกนี้มาอ่านเสียเลย (ฟรีอีกตังหาก) ที่พอจะอ่านได้ก็มีแต่พวก ขายหัวเราะ มหาสนุกนี้ล่ะครับ อย่างอื่นอ่านไปก็ไม่รู้ว่าจะอ่านไปทำไม เช่น หนังสือมอเตอร์ไซค์ หนังสือตกปลา หนังสือเล่าเรื่องผีหรือความเชื่อของขลัง เป็นต้น เพราะผมเองก็ไม่ใช่เด็กแว้น เด็กหาปลา หรือเด็กที่ไม่กลัวผีเสียหน่อย สุดท้ายก็ต้องมาลงที่หนังสือการ์ตูนราคาถูกพวกนี้ล่ะครับ

ด้วยความที่ผมเอียนการ์ตูนช่องเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ผมเองต้องหันไปอ่านในส่วนของมุขแบบตัวหนังสือแทน น่าแปลกที่มุขการ์ตูนช่องมันมักจะซ้ำกันตลอด เช่น มุขติดเกาะ มุขเล่นคำ-เปลี่ยนความหมาย มุขเมียน้อยเมียหลวง มุขมนุษย์หรือสัตว์กลายพันธุ์ (ประมาณว่าแบบฮาๆ แต่ผมไม่ฮาด้วยอ่ะ มันซ้ำกันมานานนมแล้ว) มุขเกย์ มุขสิ่งประดิษฐ์ใหม่ อะไรประมาณนี้ แต่มุขตัวหนังสือกลับไม่มีซ้ำกันเลย ทั้งๆ ที่เป็นบทสนทนาโต้กันไปกันมาเท่านั้น แถมฮาตอนจบอีกตังหาก ตรงนี้ล่ะที่ทำให้ผมชอบขึ้นมาทันที นึกเสียดายอยู่เหมือนกันว่าแต่ก่อนไม่น่าละสายตาไปจากมุขตัวหนังสือพวกนี้ไปเลย

พล่ามไปซะไกล หนังสือการ์ตูนพวกนี้ยังมีจุดเด่นอีกอย่างนึงครับ ซึ่งแต่ละฉบับจะมีอยู่เพียงสอง เท่านั้น นั้นก็คือเรื่องสั้น  เรื่องสั้นในหนังสือการ์ตูนมักจะจบภายในไม่กี่หน้า (ก็เรื่องสั้นนี่หว่า จะให้ยาวร้อย สองร้อยหน้าหรือยังไง) และเป็นแบบหักมุม(เกือบทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องรัก) ตรงนี้ล่ะครับที่ทำให้ผมชอบ ตอนจบที่เราคาดไม่ถึง แน่นอนว่าต้องเข็มขัดสั้นกันหมด (ฮามั้ยครับ ถ้าไม่ฮาก็ช่วยสงบนิ่งไว้อาลัยมุขผมสักสองสามวินาทีนะ มันคิดได้แค่นี้อ่ะ)
และเดินเรื่องไวดี ไม่ต้องคาแคลงใจหรือสงสัยนาน ซึ่งผมว่ามันก็สนุกในแบบของผมนะ ดีกว่านิยายที่เดินเรื่องเป็นเส้นตรงเฉกเช่นนิยายรักหน้าปกชายหญิงที่เห็นกันเกลื่อนตามแผงหนังสือสมัยน... ผั้ว!! โอ้ย!!

"หนอย แกว่านิยายชั้นมันไร้ค่าหรือไง"


ปะ..เปล่า ไม่ได้พูดคำว่าไร้ค่าเลยนะ แค่เปรียบเทียบความต่างเท่านั้... ผั้ว!! โอ้ย!!

"แกอย่าเอาพระเอกหน้าตาดีในนิยายของชั้นไปเปรียบกับเรื่องสั้นในการ์ตูนพรรคนั้น เข้าใจมั้ย"

นะ..นั้นมันจินตนาการของเอ็งล้วนๆ เลยนะเฟ้ย เกี่ยวอะไรด้วย

"ไม่รู้ล่ะ อย่าพิมพ์มาให้ชั้นเห็นอีกทีนึงละกัน!!"

(พึมพำ : เป็นบ้าอะไรวะ นิยายแม่งก็มีแต่อีโมเต็มหน้ากระดาษ แถมเพ้อฝันชิบหาย)

"ว่าไงนะ!!"

ปะ เปล่า ยอมแล้วก๊าบ...

"เออ ดี!! เตือนอีกทีว่าอย่าพิมพ์ให้เห็นอีกก็แล้วกัน ไม่รอดแน่!!" แล้วก็เดินจากไป

เฮ้อ เกือบตายซะแล้ว ว่าแต่เธอเป็นใครกัน ไม่รู้จักแถมเอาไม้มาตีหัวเราด้วย (มองซ้ายขวาก่อน)

เอาเป็นว่า ผมว่าด้วยราคาสิบห้าบาทของมัน กับเรื่องสั้นสองเรื่อง+การ์ตูนช่องเกือบร้อยมุข+มุขตัวหนังสืออีกยี่สิบกว่าเรื่อง ผมว่ามันก็คุ้มนะ ใครอยากเปลี่ยนแนว หรือคิดพล๊อตอะไรไม่ออก ลองหาอ่านดูละกันครับ อย่างน้อยก็เป็นเรื่องสั้นราคาถูก แถมยังสนับสนุนการ์ตูนคนไทยอีกตังหาก ดีกว่าไปนิยมแต่การ์ตูนญี่ปุ่นนะครับ

ปอลิง. ผมไม่ได้โฆษณานะ เห็นว่าอ่านแล้วมันดีจริง เลยมาบอกกัน
ปิงลอ. ออกแนวงงๆ เหมือนกันว่าทำไมบล๊อกตัวเองมีคนเข้าทุกวัน ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้เขียนอะไรมากมาย (แต่ก็ขอบคุณทุกคลิกที่หลงเข้ามาครับ)

Comment

Comment:

Tweet

เคยแต่งนิยายเล่นๆอยุเหมือนกัน

แล้วไปให้คนรุจัก(เพิ่งรุจักสิ)อ่าน

เค้าก้อตำหนิมาว่า อิโมติค่อนเยอะไป

...เซ็งดีจัง

การ์ตูน 15 บาทนี่

ขายหัวเราะป่ะ

นู๋ชอบ หนูหิ่นอินเตอร์อ่ะ

หนุก

คนวาดหน้าปก ดาราญิ๋ง อย่างเหมือนอ่ะ

แต่ milk ญั๋ยไปนะsad smile

#2 By YonGii.zz จิ้กโฉ่ on 2009-09-19 18:15

ทวิตเตอร์ก็เป็นบล็อคเหมือนกัน แต่รู้สึก(ไปเอง)ว่าคล้ายๆกับการพิมพ์หัว msn มากกว่า

#1 By Critical#Zeed on 2009-09-19 18:15